6 นิสัย ที่เลิกแล้วจะทำให้คุณมีเงินเก็บมากขึ้น

Total
0
Shares

 

“ที่ผ่านมาทำไมไม่มีเงินเก็บกับเขาบ้างนะ?” หรือ “เก็บเงินได้ไม่ตามเป้าที่ตั้งไว้” นี่คือเสียงโอดครวญของใครขณะนี้บ้างหรือเปล่าเอ่ย ตั้งใจจะเก็บเงินให้ได้ตามเป้า นี่จะหมดปีแล้ว แต่สิ่งที่อยู่ในกระเป๋าแทนที่จะเป็นธนบัตร กลับมีแต่ใบแจ้งหนี้ เราไปพลาดตรงไหนนะ ที่ผ่านมาเรามีจุดอ่อนตรงไหน ถึงทำให้ไม่มีเงินเหลือเก็บ ถ้าอย่างนั้นลองมาสำรวจกันหน่อยค่ะว่า คุณมีข้อต่อไปนี้บ้างหรือเปล่า จะได้รู้ว่าพลาดตรงไหน แล้วควรปรับอย่างไร จะได้มีเงินเก็บมากขึ้นกว่าเดิม 

  1. ใช้ก่อน ออมทีหลัง 

เมื่อเงินเดือนออก วิถีของคนส่วนใหญ่ คือ เงินเดือนออก → จ่ายหนี้ (ค่าหอ ค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ค่าหนี้บัตร ฯลฯ) → ซื้อของใช้ของกินเข้าบ้าน → ใช้จ่ายในระหว่างเดือน → เก็บที่เหลือเป็นเงินออม 

 

แต่ส่วนใหญ่มักจะไม่เหลือเงินให้เก็บ หรือเหลือน้อยมาก ทำให้ยอดเงินเก็บไม่ได้ตามเป้าที่วางไว้สักที ดังนั้นวิธีแก้ไขปัญหานี้ คือ เมื่อเงินเดือนออก ให้แบ่งเงินส่วนที่ต้องการเก็บออมไว้ก่อน จากนั้นจึงนำเงินไปแบ่งจ่ายในส่วนต่าง ๆ โดยการแบ่งเก็บเงินออมนั้น อาจทำด้วยการแบ่งเงินสดด้วยตนเอง หรือใช้บริการโอนเงินอัตโนมัติไปเก็บไว้ในบัญชีออมที่แยกไว้ต่างหากทุกเดือน หรือใช้บริการตัดเงินสำหรับกองทุนรวมทุกเดือน และเมื่อถึงเวลาครบกำหนด จะเห็นยอดเงินสะสมที่ทำให้ใจฟูฟีล 

  1. ไม่เริ่มเก็บออมเสียที 

หลายคนที่มักจะมีข้ออ้างว่าเงินจะใช้แต่ละเดือนก็ไม่พอแล้ว จะเอาเงินที่ไหนไปเหลือเก็บเหลือออม หรือบางคนก็รอให้มีเงินมากกว่านี้ก่อนแล้วค่อยนำไปลงทุน ทำให้ไม่ได้ลงทุนหรือออมเงินเสียที เพราะการรอให้ได้เงินเดือนเพิ่มก็เหมือนการรอน้ำค้างในหน้าแล้ง ที่อาจมีความเป็นไปได้ แต่มันก็ยากมากกว่าจะเกิดขึ้นได้ และต่อให้มีโอกาสที่จะทำให้ได้เงินเพิ่มขึ้น แต่ก็มักจะมีรายจ่ายอื่น ๆ มารอดักฝันคุณทันที เช่น เกิดเจ็บป่วยกระทันหัน (ค่ายา ค่าหมอ ค่าแอดมิท) ปวดฟัน (ค่าตรวจ ค่าหมอ ค่าทำฟัน) รถเสีย โทรศัพท์หาย แว่นสายตาหัก คอมฯพัง เป็นต้น ดังนั้นแทนที่จะรอให้ได้เงินมากขึ้น ควรเก็บเล็กผสมน้อยไปเรื่อย ๆ หรือลงทุนทีละนิดแล้วค่อยเพิ่มสัดส่วนหรือขยายให้มากขึ้นเมื่อมีรายได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยให้แผนการออมเงินของคุณมีความคืบหน้ามากกว่า 

  1. จ่ายทุกอย่างด้วยบัตรเครดิต 

บัตรเครดิตมักจะมีแคมเปญให้สะสมคะแนนจากการใช้จ่ายด้วยบัตร เพื่อนำไปใช้แลกกับรางวัลต่าง ๆ ที่ทางธนาคารเจ้าของบัตรใช้เป็นเหยื่อล่อ ซึ่งบางครั้งทำให้ต้องใช้บัตรจ่ายในสิ่งที่เกินจำเป็น เพื่อจะได้สะสมคะแนนแลกกับรางวัลที่เล็งไว้ แต่อย่าลืมว่า ทุกครั้งที่รูดบัตรเพื่อได้ของมา ยังต้องจ่ายเงินคืนให้บัตรกลับไปพร้อมกับดอกเบี้ย ไม่ได้โจมตีการใช้บัตรเครดิต แค่อยากบอกว่า ใช้ให้อย่างเหมาะสมก็เพิ่มความสะดวก แต่ถ้าใช้แบบไม่ยั้ง ก็เพิ่มแต่หนี้เท่านั้น 

  1. สร้างหนี้มากเกินไป 

จากข้อที่แล้ว และรวม ๆ กับค่าใช้จ่ายในส่วนอื่น ๆ ที่ทับถมและเพิ่มขึ้นในทุก ๆ วัน เพราะเมื่อไรที่มีการบวกหนี้เพิ่มมากกว่าลบหนี้ออก มันก็จะทวีคูณพอกยิ่งกว่าดินพอกหางหมู สุดท้ายก็เกษียณไปพร้อมกับหนี้ในที่สุด วิธีการแก้ไขคือ หยุดการสร้างหนี้เพิ่ม และควรให้ความสำคัญกับการลดหนี้ที่มีอยู่เสียก่อน และตั้งสติเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าไม่ควรซื้อของที่ไม่จำเป็น หากไม่มีเงินมากพอที่จะใช้จ่ายแล้วไม่เกิดปัญหาตามมา 

  1. จ่ายภาษีที่มากเกินควร 

เชื่อว่าหลายคนที่ไม่ได้ให้ความสำคัญ หรือไม่ได้สนใจในเรื่องของภาษีมากเท่าที่ควร ทำให้มีการจ่ายภาษีที่มากเกินไปโดยไม่รู้ตัว แต่สำหรับใครที่มีการวางแผนด้านภาษีอยู่เสมอ จะทำให้รู้ถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากภาษีด้วยเช่นกัน เช่น การออมเงินเพื่อการเกษียณ จะช่วยเพิ่มอัตราเงินสะสมในกาองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อลดหย่อนเพิ่มขึ้นได้ หรือการทำประกันชีวิตระยะเวลาคุ้มครอง 10 ปีขึ้นไป แบบไหนที่สามารถใช้ลดหย่อนภาษีได้ รวมไปถึงการลงทุนรวม SSF / RMF ที่ต้องกรอกแบบฟอร์มแจ้งสรรพากรตามกำหนดเวลา เพื่อได้ใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีได้ เป็นต้น 

  1. รสนิยมสูงเกินกำลังตน

เดี๋ยวนี้จะทำอะไร ซื้ออะไร กินอะไร ไปเที่ยวที่ไหน ก็มักจะมีการโพสอวดลงโซเซียล จนกลายเป็นการสร้างกระแสนิยม โดยเฉพาะการไลฟ์สไตล์ของเหล่าคนดัง เซเลบ หรือ Influencer ที่มักจะมีการโพสอาหารดี ๆ คาเฟ่แพง ๆ โรงแรมหรู ๆ กระเป๋าแบรนด์เนม ฯลฯ ทำให้คนที่ได้เห็นได้ชม ก็อยากมี อยากสัมผัสประสบการณ์ชีวิตแบบนั้นบ้าง โดยลืมไปว่ารายได้ของตนไม่สัมพันธ์กับรายจ่ายที่ต้องแลกให้ได้มา บางคนฝืนยอดเงินในกระเป๋า เพื่อให้ได้ใช้ชีวิตอย่างเขา แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาเหลือให้เก็บออม พอใกล้สิ้นเดือน คลำเจอแต่ใบแจ้งหนี้ ไม่มีแม้แต่ใบเขียว ทำให้ต้องชีวิตดีเมื่อต้นเดือน ชีวิตเลือนเมื่อสิ้นปี เพราะไม่มีเงินเก็บอย่างใครเขานั่นเอง

You May Also Like

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้างดน้ำตาล 14 วัน

โดยปกติร่างกายต้องการน้ำตาลเพียง 24 กรัม / วัน เท่านั้น หรือประมาณ 4-6 ช้อนชา (เทียบเท่าน้ำผลไม้ประมาณ 200 มิลลิลิตร) แต่ถ้าได้รับปริมาณที่มากไป จะส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว เกิดภาวะระดับน้ำตาลในเลือดสูง และประสิทธิภาพในการผลิตฮอร์โมนอินซูลินลดลง น้ำตาลแบ่งได้เป็น 2 ประเภท  น้ำตาลธรรมชาติ ที่ได้จากผัก ผลไม้ต่างๆ (ฟรุกโตส) และน้ำตาลในนม (แล็กโทส) น้ำตาลสังเคราะห์ หรือน้ำตาลที่ปรุงแต่ง เช่น ขนมหวาน น้ำอัดลม…
View Post

ภูเขาไฟในไทยจะมีโอกาสปะทุซ้ำหรือไม่ 

จากการเกิดภัยธรรมชาติภูเขาไฟระเบิดของภูเขาไฟตองกา เมื่อวันที่ 15 มกราคม 2565 ส่งผลให้เกิดควันภูเขาไฟและเถ้าถ่านที่เป็นมลพิษทางอากาศ พุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าไปไกลได้ถึงประมาณ 20 กิโลเมตร และเกิดคลื่นสึนามิสูงถึง 15 เมตร ซัดเข้าชายฝั่งของเกาะแมงโก้ ทำให้หมู่บ้านแห่งหนึ่งบนเกาะหายไปแทบทั้งหมู่บ้าน เหตุภูเขาไฟระเบิดผลกระทบที่เกิดขึ้นรุนแรงจนทั้งเกาะถูกตัดขาดจากโลกภายนอกไปช่วงระยะหนึ่ง และอีกหลายประเทศที่ชายฝั่งติดมหาสมุทรแปซิฟิกได้รับความเสียหายรุนแรงจากภูเขาไฟปะทุลูกนี้ แม้ว่าประเทศไทยไม่ได้รับผลกระทบ เพราะจุดภูเขาไฟใต้ทะเลระเบิดอยู่ห่างจากชายฝั่งของไทยไปประมาณ 9,500 กิโลเมตร แต่ก็ต้องมีการจับตามองและเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นให้น้อยที่สุด  ข่าวการเกิดภูเขาไฟหลายแห่งที่ยังคุกรุ่นอยู่นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นภูเขาไฟที่ตั้งอยู่บนเทือกเขารอบมหาสมุทรแปซิฟิก หรือ “วงแหวนแห่งไฟ” ที่หลายๆคนรู้จักกันดี ซึ่งมากกว่าร้อยละ 75% ของภูเขาไฟทั้งหมดบนโลก…
View Post

รวมอาหารพื้นเมืองภาคเหนือ สไตล์ล้านนา ลำแต้ๆ

เมนูอาหารภาคเหนือ ที่ใครๆหลายคนชื่นชอบ บางคนอาจคุ้นเคยชื่อเพียงไม่กี่อย่าง แต่ที่จริงแล้ว ยังมีอาหารภาคเหนืออีกหลายเมนูที่น่าลิ้มลอง และอร่อยไม่แพ้อาหารภาคอื่นๆ บทความนี้ได้รวบรวมรายการอาหารท้องถิ่นภาคเหนือ ทั้งที่อาจเคยได้ยิน และไม่เคยได้ยินมาก่อน ให้ทุกคนได้รู้จักและลองไปหาชิมกัน จะได้รู้ว่าอาหารล้านนานั้น ลำขนาด!!  แอ๊บหมู อาหารเหนือท้องถิ่นแต้ๆ ที่หลายคนอาจไม่เคยได้ยิน แอ๊บหมู คืออาหารที่นำเนื้อหมูสดผสมกับไข่ไก่ ซึ่งจะต่างจากแอ๊บอาหารเหนือชนิดอื่นๆ คลุกเคล้ากับเครื่องปรุง แล้วห่อด้วยใบตอง จากนั้นนำไปทำให้สุกด้วยการย่างไฟ โดยการใช้ไฟอ่อนๆ จนข้างในสุก และมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน จอผักกาด แกงผักกาดเหนือ หรือ จอผักกาด อาหารพื้นบ้านล้านนา ใช้ผักกาดกวางตุ้งที่กำลังออกดอก…
View Post

มีเงินใช้ไม่ขัดสนด้วยวิธีการเก็บเงินตามทฤษฎี 6 Jars

Six Jars Money Management หรือการเก็บเงิน 6 กระปุก เป็นวิธีจัดการการเงิน แบ่งออกเป็น 6 ส่วน โดยการบริหารเงิน คือ การวางแผนการจัดระเบียบ และควบคุมระบบการเงิน ให้ตรงกับกิจกรรมในแต่ละส่วน เช่น กลุ่มเงินสำหรับการลงทุน กลุ่มเงินสำหรับค่าใช้จ่าย กลุ่มเงินสำหรับเก็บออม เป็นต้น ซึ่ง 6 Jars System เป็นหนึ่งในการบริหารเงินเก็บที่คิดค้นโดย T. Harv Eker นักคิดด้านการเงินการลงทุน…
View Post

รู้จักไซโคพาธ โรคขาดความสำนึกผิด

ไซโคพาธ (Psychopaths) โรคขาดความสำนึกผิด เอาตัวเองเป็นจุดศูนย์กลาง มุ่งเน้นแต่เป้าหมายของตนเอง และทำทุกอย่างเพื่อตอบสนองความต้องการของตัวเองเท่านั้น โดยไม่สนแม้จะต้องทำร้ายใคร หรือจะมีผลกระทบกับใครบ้าง Psychopaths หรือ ไซโคพาธ แปลว่า คนโรคจิต  และถ้าจะให้ความหมายคำว่า โรคจิต แปลว่า โรคทางจิตใจที่มีความผิดปกติของความรู้สึก ความคิด อารมณ์ หรือโรคจิตพฤติกรรมรุนแรงที่ไม่สามารถควบคุมสติได้ (ความหมายจาก พจนานุกรมไทยราชบัณฑิตยสถาน ) เช่น ประสาทหลอน วิกลจริต หลงผิด (โรคจิต ภาษาอังกฤษ psychosis…
View Post

ชุดปฐมพยาบาล เครื่องมือประจำบ้านและการเดินทาง

เพราะการเจ็บป่วยหรืออุบัติเหตุสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลยว่าจะเกิดเมื่อไร ดังนั้นการมีชุดปฐมพยาบาลไว้ประจำบ้านและในทุกๆการเดินทาง ไว้สำหรับปฐมพยาบาลเบื้องต้นเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที จึงจำเป็นที่ควรจะมีไว้อย่างยิ่ง บทความนี้เราจะมารู้ถึงอุปกรณ์และยาที่ควรมีไว้เป็นชุดปฐมพยาบาลเบื้องต้นไว้สักหน่อย แต่ก่อนอื่นเราควรรู้ก่อนว่าการดูแลผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยเบื้องต้น จะมี 2F ที่เข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ นั่นก็คือ  1.First aid คือ วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้น การช่วยเหลือเบื้องต้นอย่างทันที ด้วยความรู้ที่มี และอุปกรณ์ที่หาได้ เพื่อลดความรุนแรงของอาการบาดเจ็บ ช่วยลดความพิการและให้กลับฟื้นคืนสภาพโดยเร็ว หรือความเจ็บป่วยที่เกิดกระทันหัน ประคับประคองอาการของผู้ป่วยจนกว่าจะได้รับการรักษาจากบุคลากรทางการแพทย์ 2.First aid kit คือ อุปกรณ์ปฐมพยาบาล ที่เป็นเครื่องมือจำเป็นไว้รักษาเบื้องต้นกับผู้ป่วยหรือผู้บาดเจ็บ ก่อนจะทำการรักษาทางการแพทย์ ซึ่งเราจะเรียกกันง่ายๆว่า…
View Post